1 : รอยโรคของเหงือก
ขอโทษอย่างแรงที่มาเขียนบทความให้ช้ามากกกกกก
ไม่รู้จะแก้ตัวยังงัย นอกจากจะบอกว่า งานยุ่งโคตรรรรร
เอาเป็นว่า
มาช้ายังดีกว่าไม่มาเนอะ
จะมา update ให้บ่อยๆ ประมาณอาทิตย์ละ 2 ครั้งแล้วกันนะ
คิดถึงทุกคน และขอให้โชคดี
อ.อชิ
รอยโรคของเหงือก
นอกจากโรคเหงือกอักเสบและปริทันต์อักเสบที่ทุกคนรู้จักกันดีแล้ว เหงือกยังเป็นบริเวณที่พบรอยโรคอื่นๆ ได้บ่อยมาก แบ่งออกได้เป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้
1. แผล
แผลที่เหงือก เจอได้เป็นประจำในคลินิก
1.1 แผลจาก trauma
โดยมากจะบอกสาเหตุได้จากการซักประวัติ เช่น แปรงฟันแรงไปโดนเหงือก หรือมีเศษอาหารติดที่ซอกฟันแล้วใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มแรงๆ (เห็นเป็นรูเลย)
แผลประเภทที่หมอทำอีกก็อย่างเช่น cotton roll stomatitis เวลากั้นน้ำลาย อย่าลืมฉีดน้ำที่สำลีนิดนึงเวลาที่เอาสำลีออกนะ
คนไข้ endo ที่ต้องล้าง canal ด้วย NaOCl ต้องคอยควบคุมความเข้มข้นให้ดี บางทีผู้ช่วยผสมสัดส่วนผิด ถ้าทำ endo แบบไม่ใส่ rubber dam ก็มีโอกาส burn ที่เหงือกได้เช่นกัน
1.2 แผลติดเชื้อ
ปัจจุบันที่เจอได้บ่อย คือ TB เนื่องจากอุบัติการณ์กลับมาสูงจากการที่มีจำนวนผู้ป่วย HIV มากขึ้น แผลจะขรุขระ แต่จะไม่ค่อยมีกลิ่น คนไข้อาจให้ประวัติว่าเป็น TB มาก่อน หรือมีอาการไข้ ไอเรื้อรัง เหงื่ออกกลางคืน น้ำหนักลด มีเสมหะมาก หายใจลำบาก ส่วนใหญ่คนไข้มักจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว
x-ray ปอดมักพบความผิดปกติด้วย
คนไข้ HIV อาจพบ Acute necrotizing ulcerative gingivitis หรือ periodontitis ซึ่งจะพบว่า IDP จะหวำหายไป ร่วมกับมีกลิ่นเหม็น และมี slough คลุม
ถ้าเป็นเด็ก เจอบ่อยที่สุด คงเป็น Herpetic gingivostomatitis แผลจะเป็น vesicles ขึ้นมาก่อน แล้วลามไปตามเหงือกบริเวณกว้าง เด็กจะมีไข้สูง ร้องงอแงมาก่อน เวลาแนะนำให้ผู้ปกครองทำความสะอาด ต้องให้ใส่ถุงมือแล้วเอาก๊อซพันนิ้วชุบน้ำต้มสุกซับ ไม่ถู ทำความสะอาด ยิ่งถูจะยิ่งลาม
1.3 แผลมะเร็ง
มาพร้อมการโยกของฟันอย่างมาก เหงือกเป็นแผลขรุขระ มีกลิ่นเหม็นมาก ต้อง x-ray ดูว่า bone ถูกทำลายไปเยอะหรือยัง โดยมากจะเจอ floating teeth ลองคลำต่อมน้ำเหลืองดูด้วยว่าโต fixed กับ tissue ข้างใต้หรือเปล่า ก่อน refer
1.4 แผลที่เกิดจากโรคภูมิคุ้มกัน
ลักษณะเป็นเหงือกลอกๆ ถ้าแค่แดง แต่ไม่ bleed มาก ร่วมกับเส้นสีขาวตรงขอบคล้ายลายลูกไม้ คิดถึง lichen planus ไว้ก่อน
ถ้าเหงือกเป็นตุ่มน้ำผนังหนา ก่อนที่จะแตกเป็นแผลลึก bleed ง่าย คิดถึง mucous membrane pemphigoid คนไข้อายุจะแก่หน่อย และอาจพบตุ่มน้ำผนังหนาที่บริเวณอื่นๆ ด้วย
ถ้าคนไข้เกิดเหงือกบวมแดงมาก bleed ง่ายหลังเปลี่ยนยาสีฟัน หรือน้ำยาบ้วนปาก ต้องนึกถึง plasma cell gingivitis ซึ่งงความรุนแรงมีตั้งแต่ หายเมื่อเลิกใช้สารเคมีที่ทำให้เกิดอาการแพ้ จนกระทั่งต้องใช้ steroid หรือ immunosuppressive drugs ช่วย
แผลที่เหงือกจากภูมิค้มกัน
2. ก้อน
แบ่งเป็นก้อนที่เกิดแบบ localized หรือก้อนที่เกิดแบบ generalized
2.1 ก้อน localized
พบบ่อย คงเป็น pyogenic granuloma ในคนท้อง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ hormone ร่วมกับการมีหินปูน เพราะฉะนั้น ต้อง clean ให้ดีโดยเฉพาะในช่วง 3-6 เดือน ถ้าหลังคลอดแล้วยังไม่หาย อาจต้องเรียกมาตัดออก
ถ้าเหงือกถูกกระแทกจากการสบฟันแบบ deep bite อาจเป็นก้อนซีดๆ เรียกว่า fibrous epulis หรือtraumatic fibroma ของเหงือกนั่นเอง
ที่เหลืออีก 2 รอยโรค พบได้น้อยหน่อย แต่ก็พบได้เรื่อยๆ ได้แก่ peripheral ossifying fibroma (x-ray พบก้อน calcified กระจายได้) และ peripheral giant cell granuloma ซึ่งโดยมากจะเป็น saucerization (bone จะหวำไปเล็กน้อย คล้ายหลุมตรงจานรองแก้ว)
2.2 ก้อน generalized
ถ้าไม่เกี่ยวกับประวัติการใช้ยา Nifedipine Cyclosporine หรือ Dilantin ที่ทำให้เหงือกบริเวณ IDP อย่างถ้วนทั่ว ก็อาจเกิดจาก gingival fibromatosis ซึ่งถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์
3. รอยโรคเม็ดสี
เหงือกดำไม่ดำ สังเกตจากสีผิวด้วย
ถ้าตัวดำแล้วเหงือกดำ ไม่แปลก เป็น physiologic pigmentation
ถ้าสูบบุหรี่จัด อาจพบเหงือกมีสีน้ำตาลมากขึ้น ร่วมกับมีฝ้าขาวปกคลุมด้านบน
ไฝที่เหงือกที่ขนาดไม่ใหญ่ ตัดทุกราย อย่าทิ้งไว้ ถ้าแน่ใจว่าไม่ใช่ amalgam tattoo ที่อยู่ใกล้บริเวณที่อุดฟันเดิม
ไฝที่น่ากลัว โตเร็ว สีดำมาก ผิวขรุขระ ขอบไม่เรียบ คิดถึง melanoma ไว้ prognosis ไม่ดี
5 –year survival rate แค่ 20% อย่าตัดเอง เดี๋ยว metastasize
จะเห็นว่า การซักประวัติที่ละเอียด ร่วมกับการทำความสะอาดช่องปากอย่างดี และ OHI อย่างเอาใจใส่ จะทำให้เรา Diag โรคได้ถูกต้องและคนไข้จะให้ความร่วมมือในการรักษาตัวเองได้ดีมาก
เราไม่สามารถตามไปแนะนำให้ผู้ป่วยอยู่ตลอด 24 ชม. ได้
แต่การใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในคลินิก อย่างน้อยคนไข้ก็จะเห็นใจหมอ และจะเพิ่มความพยายามในการ
ดูแลตัวเองมากขึ้นอีก
ฝากไว้แล้วกันคราวหน้าจะมาเขียนถึงรอยโรคที่เพดานปากบ้าง